RaceMaps คู่มือทีมงาน/สตาฟ

SOP หน้างานตั้งแต่เตรียมงาน → เปิดงาน → คุมงานสด → ปิดงาน พร้อมรูปประกอบ (โทนสว่าง)

🌐 แอพรองรับภาษาไทย สามารถสลับภาษาได้ที่หน้าแรก

Tech Lead
Admin Operator
Racer Support
Viewer Support

เตรียมงาน

  • สร้างอีเวนต์ + Category ให้ครบ
  • Record Route + Assign Routes ให้ถูกหมวด
  • เตรียม QR + ซ้อม Dry Run

คุมงานสด

  • Start/Finish หมวดจาก Control Event
  • แก้ปัญหา “ไม่เห็นนักแข่ง/ตำแหน่งนิ่ง/Route ไม่ขึ้น”
  • คุมการอนุมัติ/สล็อต (ถ้ามี)

ปิดงาน

  • Finish หมวดให้ครบ
  • สั่งนักแข่งปิด Tracking
  • เก็บ QR/ปิดการเผยแพร่ตามนโยบาย
แนวคิดหลัก: เตรียมให้ “Racer ส่งพิกัดได้จริง” แล้ว “Viewer เข้า-เลือก-ดูได้ง่าย” โดย Admin คุมสถานะงานได้ตลอด
KPI-1 Viewer เข้าอีเวนต์ได้ใน ≤ 10 วินาที (สแกน QR)
KPI-2 Dry Run ผ่าน: Viewer เห็นตำแหน่งขยับต่อเนื่อง 2–3 นาที

1) เป้าหมายของทีมงาน (ต้องทำให้ได้ในวันงาน)

  1. Racer ส่งตำแหน่งได้ต่อเนื่อง (Tracking ทำงาน + เน็ตพอ + สิทธิ์ Location ถูก)
  2. Viewer เข้าอีเวนต์ได้เร็ว (QR/ค้นหา + เลือกหมวดถูก + เลือก Racers ได้)
  3. Admin คุมสถานะงานได้ (Start/Finish หมวด + จัดการสล็อต/อนุมัติ + Route ถูก Assign)
  4. ลดปัญหาซ้ำ ๆ ด้วยเช็คลิสต์ + สคริปต์สื่อสาร + Playbook แก้ปัญหา
เกณฑ์ผ่าน (แนะนำ): Dry Run ผ่านก่อนวันงาน และช่วง 10 นาทีแรกของงานจริง ไม่มี Racer สำคัญ “หายจากแผนที่”

2) บทบาททีมงาน (แนะนำให้มีอย่างน้อย 3 คน)

2.1 Tech Lead (หัวหน้าระบบ)

2.2 Admin Operator (คนเฝ้าหน้า Admin)

2.3 Registration / Racer Support (คนช่วยนักแข่ง)

2.4 Viewer Support (ช่วยคนดู/พิธีกร)

ถ้าทีมน้อย: รวม Viewer Support กับ Registration ได้ แต่ควรมีคนหนึ่ง “เฝ้า Control Event” ตลอด

3) อุปกรณ์ที่ทีมงานควรเตรียม (หน้างานจริง)

3.1 อุปกรณ์หลัก

3.2 การตั้งค่ามาตรฐาน (ทุกเครื่องทีมงาน)

สำคัญ: เครื่องของ Racer ต้อง “ไม่ถูกจำกัดเบื้องหลัง” ไม่งั้น Tracking จะหลุด/นิ่ง

4) SOP ก่อนวันงาน (T-7 ถึง T-1)

4.1 เตรียมข้อมูลงาน

4.2 สร้างอีเวนต์ (Admin)

  1. เข้าโหมด Admin → ไปหน้า Existing Events
  2. สร้างอีเวนต์ใหม่ หรือเลือกอีเวนต์เดิมแล้วแก้ข้อมูล
  3. เข้า Event Detail ตรวจข้อมูลให้ถูกต้อง
Checkpoint: ชื่อสะกดถูก (ไทย/อังกฤษ), วันที่ถูก, ไม่มีชื่อซ้ำจนคนสับสน
Admin: รายการอีเวนต์ (Existing Events)
Admin: รายการอีเวนต์ (Existing Events)
Admin: รายละเอียดอีเวนต์ (Event Detail)
Admin: รายละเอียดอีเวนต์ (Event Detail)
Admin: Control Event (ตัวอย่าง)
Admin: Control Event (ตัวอย่าง)

4.3 สร้าง/จัดการ Category

  1. จาก Event → เข้า Manage Categories
  2. เพิ่มหมวดให้ครบทุกหมวด
  3. ตั้งค่าเวลาเริ่ม/จบ (ถ้าใช้งาน)
  4. ตั้งเงื่อนไข (ต้องอนุมัติ/เปิดให้เข้าร่วมเลย)
Checkpoint: ใส่เวลาในชื่อหมวดเพื่อกันสับสน (เช่น “PRO (09:00)”) เมื่อมีหมวดซ้อน
Admin: Manage Categories
Admin: Manage Categories
Admin: รายการ Category ในอีเวนต์
Admin: รายการ Category ในอีเวนต์
Admin: สร้าง/แก้ไข Category
Admin: สร้าง/แก้ไข Category

4.4 เตรียม Route + Assign Routes

  1. บันทึก/เตรียม Route ให้เรียบร้อย
  2. ไป Assign Routes → เลือก Category → Assign Route ให้ถูกหมวด
  3. ตรวจซ้ำว่า “หมวดที่ต้องใช้ Route” ถูกผูกครบ
Checkpoint (สำคัญมาก): ถ้าไม่ Assign Route → Viewer อาจเห็นแต่หมุดนักแข่ง ไม่มีเส้นทาง
Admin: Assign Routes
Admin: Assign Routes
Admin: รายการ Routes
Admin: รายการ Routes
Admin: เลือก Route
Admin: เลือก Route
Admin: บันทึก/จัดการ Route Points
Admin: บันทึก/จัดการ Route Points
Admin: ตรวจสอบ Route บนแผนที่
Admin: ตรวจสอบ Route บนแผนที่
Admin: ตรวจสอบ Route บนแผนที่
Admin: ตรวจสอบ Route บนแผนที่
Admin: ตรวจสอบ Route บนแผนที่
Admin: ตรวจสอบ Route บนแผนที่

4.5 เตรียม QR + Dry Run

Pass/Fail: Pass = Viewer เห็นตำแหน่งเคลื่อนไหวต่อเนื่อง 2–3 นาที / Fail = ตำแหน่งนิ่ง/ไม่ขึ้น → แก้ก่อนวันจริง
Scan QR Code: สแกนเพื่อเข้าอีเวนต์/Category
Scan QR Code: สแกนเพื่อเข้าอีเวนต์/Category(3.jpg)
Viewer: สแกน QR เข้างาน
Viewer: สแกน QR เข้างาน
Scan QR Code: สแกนเพื่อเข้าอีเวนต์/Category
Scan QR Code: สแกนเพื่อเข้าอีเวนต์/Category(IMG_0486.PNG)
Racer: เลือกอีเวนต์/Category
Racer: เลือกอีเวนต์/Category

5) SOP วันงาน (ก่อนปล่อยตัว)

5.1 ตั้ง “โต๊ะ RaceMap” (ทีมงาน)

5.2 ขั้นตอนรับนักแข่ง (Racer Support)

  1. ให้ Racer เปิดแอพ → เข้าโหมด Racer
  2. เลือกอีเวนต์/สแกน QR → เลือก Category ที่แข่ง
  3. ตรวจสถานะ (Pending/Approved) ถ้ามีระบบอนุมัติ
  4. ตั้งค่า Location: เปิด GPS, อนุญาต Location, ปิด Battery saver
  5. ให้ Racer เปิดหน้าแผนที่และ “พร้อมกด Tracking” รอปล่อยตัว
Checklist ถามเร็ว: “เปิด GPS แล้วไหม?” “กดอนุญาต Location แล้วไหม?” “ปิดประหยัดพลังงานหรือยัง?” “เน็ตโอเคไหม?”
Racer: เลือกอีเวนต์/Category
Racer: เลือกอีเวนต์/Category
Racer: แผนที่ + ปุ่ม Tracking
Racer: แผนที่ + ปุ่ม Tracking

5.3 ขั้นตอนรับผู้ชม (Viewer Support)

  1. เข้าโหมด Viewer → สแกน QR หรือ Search Events
  2. เลือกอีเวนต์ → เลือก Category ให้ตรงเวลา
  3. เปิดรายการ Racers → เลือกนักแข่งที่ต้องการติดตาม (ตาม Slot)
  4. สอน 2 ท่า: “แตะชื่อเพื่อโฟกัส” และ “ค้นหาชื่อได้”
ย้ำกับผู้ชม: ต้อง “เลือก Racers ก่อน” ถึงจะเห็นบนแผนที่
Viewer: สแกน QR เข้างาน
Viewer: สแกน QR เข้างาน
Viewer: ค้นหาอีเวนต์ (Search Events)
Viewer: ค้นหาอีเวนต์ (Search Events)
Viewer: อีเวนต์ที่บันทึกไว้ (Saved Events)
Viewer: อีเวนต์ที่บันทึกไว้ (Saved Events)
Viewer: เลือก Racers ที่ต้องการติดตาม (ตาม Slot)
Viewer: เลือก Racers ที่ต้องการติดตาม (ตาม Slot)

6) SOP ระหว่างงาน (Live Operation)

6.1 Admin Operator: คุม Control Event

  1. เปิดหน้า Control Event ค้างไว้ตลอด
  2. ก่อนปล่อยตัว 3–5 นาที: ตรวจหมวดให้ถูก + เช็คว่ามี Racer ส่งตำแหน่ง (ถ้ามีสถานะ)
  3. เวลาเริ่ม: กด Start หมวดที่ถูกต้อง
  4. ระหว่างงาน: เฝ้าดู Pending/Approved และประสาน Tech Lead เมื่อ Route/หมวดผิด
  5. จบหมวด: กด Finish และประกาศให้ Racer ปิด Tracking
Control Event: Start/Finish + ติดตามสถานะ
Control Event: Start/Finish + ติดตามสถานะ
Control Event: หน้าจอควบคุม (ตัวอย่าง)
Control Event: หน้าจอควบคุม (ตัวอย่าง)
Control Event: สถานะหมวด/นักแข่ง (ตัวอย่าง)
Control Event: สถานะหมวด/นักแข่ง (ตัวอย่าง)

6.2 Racer Support: ไล่เช็ค Tracking (ช่วง 10 นาทีแรกสำคัญสุด)

หลักการ: แก้ให้ “กลับมาส่งตำแหน่ง” ก่อน แล้วค่อยไล่สาเหตุเชิงลึก

6.3 Viewer Support: ลดภาระ “ดูไม่เห็น/เลือกไม่เป็น”

7) SOP หลังงาน (ปิดงาน)

7.1 ปิดหมวด/ปิดอีเวนต์

7.2 ปิด Tracking นักแข่ง

7.3 เก็บ QR / ปิดการเผยแพร่

8) Playbook แก้ปัญหา (ทีมงานใช้หน้างาน)

8.1 Viewer เห็นแผนที่ แต่ไม่เห็นนักแข่ง

  1. เช็คว่าเลือก Racers แล้วหรือยัง (และ Slot ไม่เต็ม)
  2. เช็ค Category ถูกหมวด/ถูกเวลา
  3. ถ้ายังไม่ขึ้น: ประสาน Racer Support ให้เช็คว่า Racer เปิด Tracking แล้วไหม

8.2 ตำแหน่ง Racer ไม่ขยับ / หาย ๆ โผล่ ๆ

  1. ปิด Battery saver
  2. เปิด Location accuracy สูง
  3. ปิด-เปิด Tracking 1 ครั้ง
  4. สลับไปใช้ Hotspot ทีมงานชั่วคราว
  5. ยืนจุดโล่ง 30–60 วิรอ GPS

8.3 Route ไม่แสดงใน Viewer

  1. Admin ตรวจ Assign Routes ว่าหมวดนั้นผูก Route แล้วหรือไม่
  2. ถ้าผูกผิดหมวด: Assign ใหม่ แล้วให้ Viewer เข้าอีเวนต์ใหม่/รีเฟรช

8.4 คนดูหา “ชื่อ” ไม่เจอ

8.5 หมวดแข่งซ้อนเวลา คนดูเลือกผิดหมวด

หลักการแก้เร็ว: เริ่มจาก “Category + เลือก Racers” ก่อนเสมอ แล้วค่อยไล่ไปที่ Tracking/เน็ต/Route

9) มาตรฐานการสื่อสารทีมงาน

9.1 สคริปต์สั้นสำหรับประกาศหน้างาน

9.2 ช่องทางประสานภายในทีม

10) Checklist สรุป (พิมพ์แปะโต๊ะทีมงานได้)

ก่อนงาน (วันก่อน)

ก่อนปล่อยตัว (วันงาน)

ระหว่างงาน

หลังงาน

12) ความหมาย: SOP (T-7 ถึง T-1), KPI

SOP ก่อนวันงาน (T-7 ถึง T-1) คือแผนปฏิบัติงานมาตรฐาน (Standard Operating Procedure) สำหรับช่วง ก่อนวันแข่งจริง ตั้งแต่ 7 วันก่อนงาน จนถึง 1 วันก่อนงาน

ความหมายของคำว่า T-7 ถึง T-1

  • T = วันแข่งจริง (Event Day)
  • T-7 = 7 วันก่อนวันแข่ง
  • T-1 = 1 วันก่อนวันแข่ง (วันก่อนแข่ง)
หมายเหตุ: รูปแบบการอ้างอิงเวลาแบบนี้ใช้กันทั่วไปในงานอีเวนต์ การแข่งกีฬา งานโปรดักชัน รวมถึงงานทหาร/การบิน เพื่ออ้างอิงเวลาแบบชัดเจนและไม่สับสนเรื่องวันที่

ทำไมต้องมี SOP ช่วง T-7 ถึง T-1

ช่วงนี้คือช่วง เตรียมงานเข้มข้นที่สุด หากพลาดอาจทำให้ วันแข่งจริงแก้ไม่ทัน

SOP ช่วงนี้ใช้เพื่อ

  • กำหนดว่า แต่ละวันต้องทำอะไร
  • ระบุว่า ใครรับผิดชอบอะไร
  • เช็คระบบให้พร้อม 100% ก่อนวันจริง

ความหมาย: KPI คืออะไร

KPI คือ ตัวชี้วัดผลงานหลัก (Key Performance Indicator) ใช้กำหนดและวัดว่า “ทำได้ตามเป้าหมายแค่ไหน” แบบมีตัวเลข/เกณฑ์ชัดเจน เพื่อให้ทีมติดตามความพร้อมและตัดสินใจแก้ปัญหาได้ทันก่อนวันจริง

ทำไมต้องมี KPI ในช่วง T-7 ถึง T-1

  • ทำให้รู้ว่า “พร้อมจริง” หรือ “ยังมีความเสี่ยง” แบบวัดได้
  • ช่วยจัดลำดับความสำคัญ: อะไรต้องแก้ก่อน/หลัง
  • สื่อสารกับทีมง่าย: ดูตัวเลขเดียวกัน ลดความเข้าใจไม่ตรงกัน

ตัวอย่าง KPI ที่ใช้กับงานอีเวนต์/ระบบติดตาม (ตัวอย่าง)

  • ความพร้อมระบบ: ผ่านเช็คลิสต์รายการสำคัญ ≥ 95%
  • ความเสถียรการอัปเดตตำแหน่ง: อัปเดตเฉลี่ย ≤ 3–5 วินาที
  • คุณภาพสัญญาณ/ความต่อเนื่อง: อัตราขาดช่วงของการส่งพิกัด ≤ X%
  • ความพร้อมผู้ใช้งาน: Racer เปิด Tracking และทดสอบสำเร็จ ≥ X คน/ทีม
  • ปัญหาในระบบ: จำนวนเคส critical ที่ยังไม่ปิด = 0 ก่อน T-1
สรุป: SOP บอกว่า “ต้องทำอะไรและทำอย่างไร” ส่วน KPI บอกว่า “ทำได้ตามเป้าหมายแล้วหรือยัง”
^ Top