• คู่มือการใช้งาน • (ครบทุกบทบาท)

คู่มือการใช้งาน RaceMaps

แนวคิดหลักของ RaceMaps คือ “ผู้จัดเตรียมกิจกรรม → ผู้เข้าร่วมแชร์ตำแหน่ง → ผู้ติดตามเห็นภาพรวม” รองรับทั้ง Enduro, Motocross, Trail, งานวิ่ง, Marathon, จักรยาน, รถยนต์, เรือ, Jet Ski ตลอดจนทริปเดินทางเป็นกลุ่ม คาราวาน งานอีเวนต์ในพื้นที่กว้าง งานสำรวจเส้นทาง และกิจกรรมทีมงานภาคสนาม

🌐 แอพรองรับภาษาไทยและอังกฤษ สามารถสลับภาษาได้ที่หน้าแรก

RaceMaps ทำอะไรได้

Admin
  • สร้างอีเวนต์และหมวดการแข่งขัน (ชื่องาน ชื่อรุ่นแข่งขัน)
  • บันทึกเส้นทางการแข่ง Maps Route และผูกกับ Category
  • Control Event: Start/Finish, QR แยก Category, อนุมัตินักแข่ง และผู้ช่วย SOS
Racer
  • เข้าร่วม Event/Category ผ่านค้นหาหรือ QR และตรวจสถานะอนุมัติ
  • Enable Tracking
  • ส่งพิกัดขึ้นแผนที่แบบเรียลไทม์
Viewer
  • สแกน QR/เลือกอีเวนต์
  • เลือก Event/Category และนักแข่งที่ต้องการดูตาม Viewer Slots
  • ดูแผนที่ + List Panel + โฟกัสนักแข่ง
แนวคิดหลัก: Admin เตรียมงาน → Racer ส่งพิกัด → Viewer เห็นภาพรวมการแข่งขันแบบสด

RaceMaps ช่วยให้ผู้จัดสร้างการแข่งขันและเส้นทาง นักแข่งส่งตำแหน่ง และผู้ชมติดตามนักแข่งบนแผนที่ได้

1) เริ่มต้นใช้งาน

1.1 เริ่มจากหน้าแรก

  1. เปิดแอป RaceMaps ผู้ใช้ใหม่กด เข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อเข้าสู่การสมัครสมาชิกโดยตรง
  2. ถ้ามีบัญชีอยู่แล้ว กด เข้าสู่ระบบ แล้วกรอก Username และรหัสผ่าน ไม่จำเป็นต้องสมัครใหม่
  3. เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว หน้า Home แสดงบทบาทที่บัญชีใช้งานได้ ได้แก่ Viewer, Racer และ Admin (ถ้ามีสิทธิ์)
  4. เปลี่ยนภาษา ไทย / English ได้จากไอคอนภาษาในหน้า Home
  5. เข้าสู่ระบบบัญชีเดิมได้ครั้งละเครื่อง หากเข้าเครื่องใหม่ เครื่องเดิมจะถูกออกจากระบบ
Viewer สามารถเริ่มค้นหาและดูอีเวนต์ที่เปิดให้เข้าชมได้โดยไม่ต้องสมัครเป็น Racer
หน้าแรกสำหรับผู้ใช้ใหม่
หน้าแรกสำหรับผู้ใช้ใหม่
หน้าแรกหลังเข้าสู่ระบบ
หน้าแรกหลังเข้าสู่ระบบ

1.2 สมัครสมาชิก Racer หรือ Admin

  1. หน้า Signup กำหนดชนิดบัญชี Racer เป็นค่าเริ่มต้น ผู้สมัครแข่งขันไม่ต้องเลือก Admin
  2. ตั้ง Username โดยใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวเลข และสัญลักษณ์ที่แอปอนุญาต ห้ามใช้ช่องว่าง แล้วตั้งรหัสผ่าน
  3. กรณีผู้จัดงาน เลือกช่อง Sign up as an Admin to create events และกรอกอีเมล Admin ตามที่หน้าจอกำหนด
  4. กด Signup หากชื่อผู้ใช้ซ้ำหรือข้อมูลไม่ถูกต้อง ให้แก้ตามข้อความแจ้งก่อนสมัครอีกครั้ง
การเลือก Admin มีไว้สำหรับผู้จัดการแข่งขัน ไม่ใช่ขั้นตอนที่ Racer ทุกคนต้องทำ
หน้าสมัครสมาชิก
หน้าสมัครสมาชิก

1.3 ตั้งค่าโปรไฟล์หลังสมัคร

  1. หลังสมัครใหม่ให้กรอก ชื่อที่ต้องการแสดง (จำเป็น) รูปโปรไฟล์เป็น ทางเลือก
  2. ถ้าเลือกรูปแล้วเปลี่ยนใจ สามารถยกเลิกรูปที่เลือกใหม่จากปุ่ม × บนบริเวณรูปได้
  3. กด บันทึก / Save ให้สำเร็จ ผู้สมัคร Racer จะไปหน้า Racer Events ส่วน Admin ไปหน้า Admin
  4. การแก้ Profile ของบัญชีเดิมจะกลับสู่หน้าที่เปิดเข้ามา ไม่ถือเป็นการสมัครใหม่
  5. ช่องทีม เบอร์โทร และกรุ๊ปเลือดเป็นข้อมูลเพิ่มเติม ปุ่ม บันทึกและไปต่อ อยู่ด้านล่างและยังเข้าถึงได้เมื่อคีย์บอร์ดเปิด
รูปถ่ายและชื่อในรายการ Viewer ใช้ข้อมูลโปรไฟล์ นักแข่งควรตรวจชื่อก่อนวันงาน
หน้าจัดการข้อมูลโปรไฟล์
หน้าจัดการข้อมูลโปรไฟล์
หากต้องการลบบัญชี RaceMaps ให้กดไอคอนถังขยะ หรือข้อความ "ลบบัญชี" สีแดงภายในแอป หากไม่สามารถเข้าใช้งานแอปได้ สามารถส่งคำขอลบบัญชีผ่าน หน้าติดต่อ TypeX Solution โดยระบุหัวข้อ (Subject) ว่า "ลบ แอคเค้า RaceMaps" พร้อมแจ้งชื่อผู้ใช้หรืออีเมลที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อให้ตรวจสอบบัญชีได้ โดยไม่ต้องส่งรหัสผ่าน

2) คู่มือ Admin

2.1 สร้างและแก้ไข Event

  1. เข้าสู่ Admin → Event Categories เพื่อดู Existing Events หรือสร้างงานใหม่
  2. ตั้งชื่อ Event ใหม่อย่างน้อย 3 ตัวอักษร และเลือก วันที่เริ่มงาน ให้ถูกต้อง ชื่อสั้นกว่าเกณฑ์จะสร้างไม่ได้
  3. เลือก Public หากต้องการให้ค้นหาพบด้วยชื่อและวันที่ หรือ Private เพื่อซ่อนจากผลค้นหาทั่วไปของแอปรุ่นใหม่
  4. กด Create Event หรือ Update Event จึงบันทึก การเปลี่ยนสวิตช์ Public/Private อย่างเดียวไม่ได้บันทึกทันที
  5. เลือก Event ที่สร้างแล้ว เพื่อตรวจ Dashboard, Categories, Routes, ข้อมูลสิทธิ์ และสถานะการควบคุม
  6. ใน Live Dashboard ตรวจจำนวนนักแข่งที่ติดตามอยู่ เวลาเข้าชม ภาระระบบ และ Slot ที่ใช้/เหลือก่อนเริ่มงาน
สำคัญ: Private หมายถึงซ่อนจากการค้นหา ไม่ใช่งานที่เข้าได้เฉพาะผู้ถูกเชิญ ผู้มี QR ยังเข้าได้ตามสิทธิ์ปกติ
รายการ Event ใน Admin
รายการ Event ใน Admin
ตั้งค่า Event และวันเริ่มงาน
ตั้งค่า Event และวันเริ่มงาน

2.2 สร้าง Category และกำหนดระยะเวลาติดตาม

  1. เลือก Event ที่ต้องการ แล้วเลื่อนลงส่วน Manage Categories
  2. กรอกชื่อรุ่นและตั้ง Location tracking duration (สูงสุด 8 ชั่วโมง) เริ่มนับเมื่อกด Start และหยุดเมื่อครบ
  3. กด Add Category หรือเลือก Edit เพื่อแก้รายการเดิม ห้ามแก้ระยะเวลาขณะ Category อยู่ในสถานะ Started
  4. ตรวจชื่อ Category และเส้นทางที่ Assign ให้รุ่นนั้น ก่อนส่ง QR ให้นักแข่ง
Category ใช้แยกรุ่น/สนาม/รอบการแข่งขันภายใน Event เดียวกัน ไม่ควรใช้ชื่อคล้ายกันจนผู้ร่วมงานสับสน
สร้าง Category และกำหนดระยะเวลา
สร้าง Category และกำหนดระยะเวลา
รายการ Category และปุ่ม QR
รายการ Category และปุ่ม QR

2.3 สร้าง QR ระดับ Event และ Category

  1. ในหน้า Event กด Show QR Code เพื่อสร้าง Event QR สำหรับงานทั้งงาน
  2. ในแถว Category ให้กดไอคอน QR (อยู่ก่อน Edit และ Delete) เพื่อสร้าง Category QR ของรุ่นนั้น
  3. ตรวจชื่อ Event และ Category ที่แสดงบนหน้าต่าง QR ให้ตรงกับป้ายหรือสื่อที่จะนำไปแจก
  4. แจก Event QR เมื่อผู้เข้าร่วมต้องเลือกรุ่นเอง หรือแจก Category QR เมื่อต้องการเข้ารุ่นที่กำหนดโดยตรง
  5. QR แบบ Event เดิมยังใช้งานได้ ส่วน Category QR ใช้ข้อมูล Event ID และ Category ID เพื่อระบุรุ่น
QR ไม่ใช่การอนุมัติ Racer และไม่ได้ข้ามข้อจำกัดสิทธิ์ Viewer
ตัวอย่าง Category QR
ตัวอย่าง Category QR

2.4 เตรียมเส้นทางด้วย GPS / วาด / Import

  1. ใน Event เลือก Record New Route แล้วเลือกวิธีทำเส้นทางให้เหมาะกับงาน
  2. GPS Recording: วางจุดแบบ One-time Mark Location หรือกด Start recording แล้วเคลื่อนที่ตามเส้นทางจริง Checkpoint เพิ่มได้หลังมีจุดเริ่มต้น
  3. Draw Manually: วาดเส้นบนแผนที่ ต่อจากปลายเส้นเดิมหลังซูมหรือเลื่อน แล้วกด Finish Drawing
  4. Import: เลือก GPX, JSON หรือ ZIP หาก ZIP มีทั้ง JSON/GPX ระบบใช้ JSON ก่อน
  5. เส้นทางที่นำเข้า/กำลังแก้ยังเป็น Draft จนกด Save หากแอปหลุดระหว่างบันทึกให้ตรวจการกู้ Draft ก่อนเริ่มใหม่
  6. ถ้าออกก่อน Save แอปจะเตือน Unsaved route ตรวจ Draft เดิมก่อนยืนยันแทนที่
  7. ตรวจเส้นทางแล้วกด Save ตั้งชื่อ Route ที่สื่อความหมาย
อย่ากด Start ใหม่ทับ Draft โดยไม่ได้ตรวจ การบันทึก Route และ GPS Tracking ของ Racer เป็นคนละฟังก์ชัน
หน้าบันทึกเส้นทาง
หน้าบันทึกเส้นทาง

2.5 นำ Route ไปผูกกับ Category

  1. เลือก Assign Routes จาก Event
  2. เลือก Category ที่ต้องการและเลือก Route จาก My saved routes ใช้ Assign All เฉพาะเมื่อทุก Category ตั้งใจใช้เส้นทางเดียวกัน
  3. ใน My saved routes ดูจำนวนจุดและกดรูปตาเพื่อดูเส้นก่อนเลือก แก้ชื่อหรือลบได้เฉพาะ Route ของตน
  4. กลับมาที่รายการ Category เพื่อตรวจชื่อ Route ที่ถูก Assign ให้ตรงรุ่น
  5. ใช้ View Saved Routes เปิดดูแนวเส้นที่บันทึกไว้ได้โดยไม่ต้องเริ่มบันทึกเส้นทางใหม่
การ Save Route อย่างเดียวไม่ทำให้ Viewer เห็นเส้น ต้อง Assign ให้ Category ด้วย
ผูก Route กับ Category
ผูก Route กับ Category

2.6 อนุมัตินักแข่งและควบคุมการแข่งขัน

  1. เข้า Control Event ของ Event ที่ถูกต้อง และตรวจชื่อ Category ก่อนเริ่มงาน
  2. ตรวจรายชื่อผู้เข้าร่วมและสถานะ Pending / Approved แล้วอนุมัติเมื่อผ่านเงื่อนไขของงานและโควต้า
  3. ตั้ง Location Update Interval ได้ 10/20/30/60/120 วินาที แล้วตรวจค่าที่บันทึกเมื่อเปิดหน้านี้อีกครั้ง
  4. กด Start เฉพาะ Category ที่เริ่มจริง ใช้ Stop / Finish ตามกระบวนการของงาน
  5. ตรวจสถานะ GPS และจำนวน Slot ที่ใช้งาน แต่อย่าเข้าใจว่า Approved หมายถึงพิกัดขึ้นแผนที่แล้วทันที
ห้ามกด Start, Stop หรือ Finish ในงานจริงเพื่อทดสอบคู่มือ ใช้ Event QA ที่ควบคุมได้
Control Event: รุ่น 40+ อยู่สถานะ Started
Control Event: รุ่น 40+ อยู่สถานะ Started

2.7 จัดทีมช่วยเหลือและติดตาม SOS

  1. เข้า Event ที่ต้องการแล้วกด Manage help responders เพื่อเพิ่มผู้ช่วยที่มีบัญชีและ Profile ไม่จำเป็นต้องเป็น Racer ของ Category นั้น
  2. ตรวจผู้ที่ได้รับสิทธิ์ ชื่อ และ Event ให้ถูกต้องก่อนแชร์ QR ผู้ช่วยหรือมอบหมายหน้าที่
  3. เมื่อมี SOS จาก Racer ให้เปิดคิว Help requests ในส่วนที่รองรับ ผู้ช่วยรับเรื่องหรือผู้จัดรับช่วงต่อได้ตามสิทธิ์
  4. หลังช่วยเหลือเสร็จให้เปลี่ยนเป็น Resolved กรณียกเลิกหรือยังรับเรื่องไม่ได้ ให้ตรวจสถานะที่ปรากฏจริง
  5. ไอคอน SOS สีแดงหมายถึงมีคำขอที่ยังเปิดอยู่ ตรวจสถานะคำขอปัจจุบันอีกครั้งก่อนประสานช่วยเหลือ
  6. ไอคอน SOS สีแดงในรายชื่อ Event ใช้แจ้งเหตุที่ยังเปิดอยู่ หากกดจะไปหน้าจัดการทีมผู้ช่วย ไม่ใช่รายการคำขอ — ผู้ช่วยเปิด Help requests จาก Viewer Map
Help requests เป็นระบบส่งคำขอช่วยเหลือ ไม่ใช่ปุ่มเปิดแผนที่ Racer สิทธิ์รับเรื่องต่างจากสิทธิ์ดูแผนที่
จัดการผู้ช่วยเหลือ
จัดการผู้ช่วยเหลือ

3) คู่มือ Racer

3.1 ค้นหาและเพิ่ม Event/Category ครั้งเดียว

  1. เปิด Racer Events ส่วน My joined events แสดงรายการที่เข้าร่วมแล้วไว้ด้านบน
  2. หากยังไม่ได้เข้าร่วม กรอกชื่อ Event อย่างน้อย 3 ตัวอักษร และเลือก วันที่เริ่มอีเวนต์ที่ตรงกัน แล้วค้นหา
  3. เลือก Event และ Category ให้ถูกต้องก่อนกด Add Event & Category
  4. เมื่อเพิ่มสำเร็จ รายการอยู่ใน Racer Events และ Event เดียวกันพร้อมใช้ใน Viewer โดยไม่ค้นหาหรือสแกนใหม่
  5. อย่ากด Add ซ้ำเมื่อรายการมีอยู่แล้ว ใช้ My joined events เพื่อกลับเข้ารายการเดิม
  6. กดเปิดรายการเดิมได้หลังปิดและเปิดแอปใหม่ โดยไม่ต้องเพิ่ม Event ซ้ำ
ถ้าค้นหา Private Event ไม่พบ ให้รับ QR จากผู้จัด ไม่ใช่เปลี่ยนวันที่สุ่มหา
Event และ Category ที่เข้าร่วม
Event และ Category ที่เข้าร่วม
ค้นหา Event หรือสแกน QR
ค้นหา Event หรือสแกน QR

3.2 เข้าร่วมด้วย Event QR หรือ Category QR

  1. กด Scan QR to join an event จากหน้า Racer Events แล้วใช้กล้องหรือเลือกรูป QR จากแกลเลอรี่ที่รองรับ
  2. หากเป็น Event QR และ Event มี Category เดียว แอปจะเพิ่มรุ่นนั้นให้ทันที ถ้ามีหลาย Category ให้เลือกและยืนยันรุ่น
  3. หากเป็น Category QR แอปจะระบุ Event/Category ให้ตรงและเพิ่มรุ่นนั้นทันทีโดยไม่เลือกรุ่นใหม่
  4. QR ที่ผิด หรือ Category ที่ไม่อยู่ใน Event/ถูกลบ ต้องไม่พาเข้ารุ่นอื่นแทน แจ้งผู้จัดให้ตรวจ QR
  5. หลังสแกนเข้าร่วมสำเร็จ ให้ตรวจ My joined events และสถานะอนุมัติ
การสแกน QR ไม่เท่ากับการได้รับอนุมัติและไม่ใช่ลิงก์เปิดแอปจากกล้องระบบ
ปุ่มสแกน QR เข้าร่วมงานในหน้า Racer
ปุ่มสแกน QR เข้าร่วมงานในหน้า Racer
หน้า Scan QR จากกล้อง
หน้า Scan QR จากกล้อง
เลือกภาพ QR ที่บันทึกไว้จากแกลเลอรี่
เลือกภาพ QR ที่บันทึกไว้จากแกลเลอรี่

3.3 ดูสถานะ Pending / Approved และเตรียม Tracking

  1. รายการ Category แสดง PENDING ขณะรอ Admin อนุมัติ และ APPROVED เมื่อผ่านการอนุมัติ
  2. ตรวจการอนุญาตตำแหน่งและสถานะ Location ready ตามหน้าจอที่ใช้งานจริง
  3. เปิด Enable Tracking และอนุญาต Location ตามระบบปฏิบัติการ โดย Racer ควรอนุญาตการทำงานเบื้องหลังตามที่แอปร้องขอ
  4. ถ้าสถานะยัง Pending ให้ติดต่อผู้จัด อย่าสันนิษฐานว่าเปิด GPS แล้วจะอนุมัติอัตโนมัติ
  5. บางงาน Admin อาจกำหนดให้เปิดแชร์ตำแหน่งหรือมีพิกัดล่าสุดก่อนอนุมัติ ถ้าไม่ผ่านให้ตรวจ Slot และสอบถามผู้จัด
Approved กับ GPS พร้อมทำงานเป็นคนละสถานะ ต้องตรวจทั้งสองอย่าง
สถานะนักแข่ง Pending / Approved
สถานะนักแข่ง Pending / Approved

3.4 เปิดแผนที่ตัวเองและ Viewer Maps – Category

  1. ใช้ปุ่มแผนที่ของ Racer เพื่อดูตำแหน่ง/เส้นทางของตนเอง ตามสิทธิ์และสถานะการแข่งขัน
  2. ใน My joined events กด Viewer Maps · Category เพื่อเปิดแผนที่ Viewer ของ Event/Category เดียวกัน
  3. การสลับไป Viewer Maps · Category ไม่ใช่ปุ่มหยุด Tracking การเข้าดูยังใช้เงื่อนไขเดียวกับ Viewer ปกติ
  4. จาก Viewer Map เลือกนักแข่งที่ต้องการดูเพิ่มเติมตามสิทธิ์ Viewer การเปิด Viewer ไม่ได้หมายถึงเปลี่ยน Category ของ Racer
  5. เมื่อกลับจาก Viewer ให้ตรวจ Tracking และหน้า Racer ตามปกติ
ปุ่ม Viewer Maps ไม่ต้องรอ Approved เพียงเพื่อเปิด Viewer แต่ยังมีเงื่อนไขวันงาน/การเข้าชม ตัวเองจะแสดงเมื่อเข้าเกณฑ์ GPS และอนุมัติจริง
กด Viewer Maps · Category เพื่อดูแผนที่ของรุ่นการแข่งขัน
กด Viewer Maps · Category เพื่อดูแผนที่ของรุ่นการแข่งขัน
Race Map แสดงตำแหน่งของคุณ เส้นทาง และสถานะการแข่งขัน
Race Map แสดงตำแหน่งของคุณ เส้นทาง และสถานะการแข่งขัน

3.5 ส่งและยกเลิกคำขอความช่วยเหลือ (SOS)

  1. เมื่อมีเหตุขัดข้องให้ใช้ปุ่ม + / ขอความช่วยเหลือในหน้า Racer ที่รองรับ
  2. ส่งคำขอพร้อมรายละเอียดตามที่หน้าจอกำหนด แล้วตรวจข้อความยืนยันหรือสถานะคำขอ
  3. หากผู้ช่วยรับเรื่องแล้ว ให้ติดตามสถานะจนช่วยเหลือเสร็จ หากไม่ต้องการความช่วยเหลือแล้ว ใช้ Cancel ตามตัวเลือกที่ปรากฏ
  4. กรณีกดแล้วไม่สำเร็จ ให้ตรวจข้อความแจ้งและเครือข่าย ไม่กดปุ่มซ้ำรัว ๆ
ปุ่ม + ขอความช่วยเหลือ ต้องไม่สับสนกับปุ่มเปิดแผนที่
กรอกข้อความขอความช่วยเหลือ
กรอกข้อความขอความช่วยเหลือ
ส่งคำขอและสถานะรอความช่วยเหลือ
ส่งคำขอและสถานะรอความช่วยเหลือ
ยืนยันการยกเลิกคำขอ
ยืนยันการยกเลิกคำขอ
สถานะเมื่อยกเลิกคำขอความช่วยเหลือสำเร็จ
สถานะเมื่อยกเลิกคำขอความช่วยเหลือสำเร็จ

4) คู่มือ Viewer

4.1 ค้นหา Event และดูรายการ Saved/Joined

  1. เปิด Viewer จาก Home
  2. กรอกชื่อ Event อย่างน้อย 3 ตัวอักษร และเลือก วันที่เริ่มงานให้ตรง ก่อนกด Search
  3. หากเข้าร่วม Event/Category ในฐานะ Racer แล้ว Event เดียวกันจะพร้อมให้เปิดจาก Viewer โดยไม่ต้องค้นหาหรือสแกนซ้ำ
  4. ใช้ Show Saved Events เพื่อดูงานที่บันทึกไว้ Saved Events คือรายการ Event ไม่ใช่จำนวน Category
  5. Private/Unlisted Event จะไม่แสดงในการค้นหาปกติ แม้ผู้ถือ QR ยังเปิดได้ตามกฎเดิม
หากพบ No events ให้ตรวจทั้งคำค้น วันที่ และว่าเป็นงาน Private หรือไม่
ค้นหา Event ใน Viewer
ค้นหา Event ใน Viewer
เลือก Category ที่ต้องการดู
เลือก Category ที่ต้องการดู

4.2 เปิด Viewer Map ด้วย Event QR / Category QR

  1. กด Scan QR Code และสแกนผ่านกล้องหรือรูป QR ที่รองรับ
  2. Event QR: ถ้ามี Category เดียว แอปจะพยายามเปิด Map ของรุ่นนั้นโดยตรง ถ้ามีหลาย Category จะเปิดรายการรุ่นให้เลือก
  3. Category QR: แอปจะตรวจ Event และ Category ก่อนพาไป Map ของรุ่นที่ระบุทันที ไม่สุ่มเลือกรุ่นแรก
  4. การสแกน QR ที่ถูกต้องจะบันทึกเฉพาะ Event หลักใน Saved Events เพียงครั้งเดียว ไม่สมัคร Racer ให้เอง
  5. การเข้า Map ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขวันงาน การยืนยันแผนที่ของงานที่จบแล้ว และสิทธิ์ Viewer
ถ้า QR ไม่ถูกต้อง/ถูกลบ จะไม่บันทึกงานหรือเปิดแผนที่ของรุ่นอื่นแทน
หน้าเปิดกล้องสแกน QR
หน้าเปิดกล้องสแกน QR

4.3 เลือกนักแข่งที่ต้องการแสดงบนแผนที่

  1. บน Viewer Map เปิดแผงรายชื่อ แล้วกดเลือกนักแข่งที่ต้องการติดตาม
  2. ค้นหาชื่อหรือใช้ เลือกทั้งหมด เพื่อเติมรายชื่อได้ไม่เกินสิทธิ์ ปุ่ม แสดงบนแผนที่ อยู่ด้านล่างของแผง
  3. รายการแสดง Avatar, ชื่อที่แสดง, ทีม และไอคอน GPS โดยสีเทาหมายถึงยังไม่มีพิกัดพร้อมแสดง ส่วนสีเขียวหมายถึงมีพิกัด
  4. Viewer ฟรีเริ่มต้นเลือกได้ 5 คน สามารถสลับ/ยกเลิกการเลือกได้ หากต้องการดูพร้อมกันมากขึ้นใช้สิทธิ์เพิ่มเติมที่มี
  5. รายชื่อที่เลือกเก็บตามบัญชีและ Event บนเครื่องนี้ (ใช้ร่วมกันระหว่าง Category ของงาน) ไม่คัดลอกจากคนอื่นหรือเลือกให้เอง
  6. กดปุ่ม แสดงบนแผนที่ / Show on map เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง การปิดหรือยกเลิกหน้าต่างไม่เท่ากับยืนยัน
อย่าสับสนระหว่างโควต้าเลือกดูนักแข่ง (Viewer) กับ Slot อนุมัติแข่งขัน (Admin)
เลือกนักแข่งในรุ่น 40+ ครบ 5 คน พร้อมไอคอนสถานะ GPS
เลือกนักแข่งในรุ่น 40+ ครบ 5 คน พร้อมไอคอนสถานะ GPS

4.4 ดูเส้นทาง ปรับแผนที่ และติดตามนักแข่ง

  1. แผนที่จะแสดง Route ของ Category เมื่อ Admin ได้บันทึกและ Assign เส้นทางไว้
  2. แตะ Marker หรือรายชื่อนักแข่งที่เลือกเพื่อโฟกัสตำแหน่ง และใช้ปุ่ม Follow/Favorite ตามที่ปรากฏ
  3. กด ดาว เพื่อติดตามนักแข่งได้ครั้งละ 1 คน นักแข่งคนอื่นที่กดติดตามยังนับตามสิทธิ์ Viewer ตามปกติ
  4. หากไม่กดดาว แผนที่จะติดตามคนที่อยู่ไกลจากจุดเริ่มต้นที่สุดในกลุ่มที่เลือก
  5. ใช้ปุ่มควบคุมซูม/มุมมองและซ่อน-แสดงแผงรายชื่อเพื่อเพิ่มพื้นที่แผนที่
  6. ใช้ แสดงเฉพาะรูปนักแข่ง เพื่อลดข้อความบนแผนที่ และสลับแสดงความเร็วได้ตามต้องการ
  7. เมื่อลากแผนที่เอง ระบบอาจพักการติดตามอัตโนมัติเพื่อให้ผู้ชมควบคุมมุมมอง ใช้ปุ่มติดตามเพื่อกลับมา
  8. หากไม่มี Marker ให้ตรวจสถานะการเลือกนักแข่ง การเริ่ม Category พิกัด GPS และการอนุมัติ
รายชื่ออาจแสดงได้แม้ยังไม่มีพิกัด แต่หมุดจะขึ้นเมื่อมีตำแหน่งพร้อมแสดง
แผนที่รุ่น 40+ พร้อมรายชื่อนักแข่งที่เลือกดู
แผนที่รุ่น 40+ พร้อมรายชื่อนักแข่งที่เลือกดู
Viewer Map บนแท็บเล็ต: เส้นทางการแข่งขัน รายชื่อนักแข่ง และปุ่มควบคุมแผนที่
Viewer Map บนแท็บเล็ต: เส้นทางการแข่งขัน รายชื่อนักแข่ง และปุ่มควบคุมแผนที่
Viewer Map บนโทรศัพท์: ตำแหน่งและชื่อนักแข่งหลายคน
Viewer Map บนโทรศัพท์: ตำแหน่งและชื่อนักแข่งหลายคน

4.5 ดูตำแหน่งตัวเองโดยไม่ใช้ Viewer Slot

  1. หากบัญชีเดียวกันเป็น Racer ใน Event/Category นั้น และ Admin อนุมัติแล้ว ให้เปิด Viewer Map ของรุ่นเดียวกัน
  2. เมื่อระบบมีตำแหน่ง GPS จริงที่อยู่ในช่วงเวลาที่แสดงได้ ตัวเองจะปรากฏบนแผนที่โดย ไม่ใช้ Viewer Slot
  3. หมุดตัวเองไม่แสดงป้าย Me และไม่หักจากจำนวน Viewer Slot สำหรับเลือกดูนักแข่งคนอื่น
  4. หากยังรออนุมัติ เลือกดูคนละ Category หรือยังไม่มีตำแหน่ง GPS หมุดของคุณอาจยังไม่ปรากฏ
  5. ตำแหน่ง My Location ของมือถือผู้ชมไม่ใช่ Marker ของนักแข่งที่ส่งผ่าน GPS Tracking
My Location (ตำแหน่งโทรศัพท์ผู้ชม) กับ Self Racer Marker (พิกัดที่ส่งจาก Racer) เป็นคนละอย่าง
หมุด Avatar ของนักแข่งที่แสดงบน Viewer Map
หมุด Avatar ของนักแข่งที่แสดงบน Viewer Map

4.6 การรับเรื่อง SOS สำหรับทีมช่วยเหลือ

  1. ผู้ชมทั่วไปเปิดแผนที่ได้ตามสิทธิ์ แต่ ไม่ได้เป็น Help Responder อัตโนมัติ
  2. ผู้ช่วยเปิดรายการคำขอจาก Viewer Map → Help requests การมีสิทธิ์ดู Map อย่างเดียวไม่ทำให้รับเรื่องได้
  3. ผู้ช่วยที่ Admin แต่งตั้งจึงเข้าหน้า Help requests ของ Event/Category ที่ได้รับสิทธิ์ได้
  4. ตรวจรายการคำขอ แล้วกด Accept / Resolve หรือส่งต่อให้ Owner รับช่วงตามหน้าจอและสิทธิ์
  5. เมื่อคำขอถูก Resolve หรือ Cancel รายการควรอัปเดต หากสงสัยให้ Refresh และตรวจสถานะจริง
การรับเรื่องของผู้ช่วยไม่ใช่การส่ง SOS จาก Racer
รายการคำขอ SOS
รายการคำขอ SOS
ผู้ช่วยกดรับเรื่องแล้ว
ผู้ช่วยกดรับเรื่องแล้ว
ปิดคำขอความช่วยเหลือแล้ว
ปิดคำขอความช่วยเหลือแล้ว

4.7 ดูแผนที่การแข่งขันที่จบแล้ว

  1. เมื่อกดเปิด Category ที่การแข่งขันจบแล้ว แอปอาจแสดงข้อความ Race finished
  2. อ่านคำเตือนและกด Show Map เพื่อดูข้อมูลล่าสุดที่ยังมีอยู่ หากมีสิทธิ์เข้าดู
  3. แผนที่ของงานที่จบแล้วไม่ควรถูกอธิบายว่าเป็นพิกัดสด ณ เวลานี้
ข้อมูลที่แสดงขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ระบบเก็บไว้และสิทธิ์เข้าดู ไม่รับประกันว่ามีทุกคน
ข้อความเมื่อการแข่งขันจบแล้ว
ข้อความเมื่อการแข่งขันจบแล้ว

5) Location & Privacy

  1. Racer: อนุญาต Location และการทำงานเบื้องหลังตามที่ระบบร้องขอ เพื่อส่งตำแหน่งระหว่างการแข่งขันรวมถึงขณะล็อกหน้าจอ
  2. Viewer: ดูการแข่งขันได้โดยไม่จำเป็นต้องส่งพิกัดโทรศัพท์ของผู้ชม การกด My Location อาจต้องอนุญาตตำแหน่งขณะใช้งาน
  3. การปฏิเสธสิทธิ์: หากไม่อนุญาต แอปจะไม่บังคับเปิด Settings ให้อัตโนมัติ สามารถไปตั้งค่าสิทธิ์ด้วยตัวเองเมื่อจำเป็น
  4. Private Event: ซ่อนจากผลค้นหาทั่วไป แต่คนที่มี QR ยังเข้าตามสิทธิ์ได้
  5. บัญชี: ไปที่ Profile → Delete Account หากต้องการลบบัญชีตามกระบวนการของแอป บัญชี Racer ใช้การเข้าสู่ระบบครั้งละเครื่องตามข้อกำหนด
ตัวอย่างการตั้งค่า Location Android

6) ปัญหาที่พบบ่อย

6.1 ค้นหา Event ไม่เจอ

  • ตรวจชื่ออย่างน้อย 3 ตัวอักษร และ วันที่เริ่ม Event ให้ตรง
  • ถ้าเป็น Private/Unlisted ให้ใช้ QR ที่ผู้จัดส่ง ไม่ใช่การค้นหาปกติ

6.2 สแกน QR แล้วเข้าผิดรุ่น / ไม่เปิดแผนที่

  • Event QR ที่มีหลาย Category ต้องเลือกรุ่น ส่วน Category QR ต้องเข้ารุ่นที่ระบุ
  • ตรวจว่า QR มาจาก Event/Category ที่ใช้งานได้ และไม่ใช่ Category ถูกลบ
  • ตรวจวันงานและเงื่อนไข Viewer ก่อนสรุปว่า QR ใช้งานไม่ได้

6.3 Racer รออนุมัติหรือไม่มี GPS

  • Pending ต้องรอ Admin Approved ก่อนแสดงเป็นนักแข่งที่อนุมัติ
  • ตรวจ Tracking, Location permission, เวลาของ Category, เครือข่ายและพิกัดล่าสุด

6.4 Viewer ไม่เห็นนักแข่งหรือเลือกไม่สำเร็จ

  • ตรวจว่ากด Show on map เพื่อยืนยันแล้ว และยังมี Viewer Slot
  • ไอคอน GPS สีเทาแปลว่าไม่มีพิกัดพร้อมแสดง ตรวจสิทธิ์และรุ่นที่เปิด
  • การเลือกนักแข่งไม่ควรถูกนำมาจากบัญชี/เครื่องอื่นเอง

6.5 เส้นทางไม่ขึ้นแผนที่

  • ให้ Admin ตรวจว่า Route ถูก Save และ Assign ให้ Category ที่เปิดดูแล้ว

6.6 SOS ไม่ปรากฏหรือยังค้าง

  • ตรวจ Event/Category และผู้ส่ง SOS ว่าตรงกัน ตรวจสิทธิ์ Help Responder
  • ใช้ Refresh หรือตรวจสถานะ Active, Accepted, Resolved และ Cancelled ตามหน้าจอจริง

6.7 การส่งตำแหน่งสะดุด

  • ตรวจสิทธิ์ Location เบื้องหลัง, Battery optimization และอินเทอร์เน็ต
  • อย่าเปลี่ยนการตั้งค่าในงานจริงโดยไม่มีผู้จัดหรือผู้ดูแลควบคุม

7) เงื่อนไขสำคัญของ RaceMaps

สำหรับผู้ชม (Viewer)

  • เลือกดูนักแข่งฟรีเริ่มต้น 5 คน ต่อ Event เพิ่มสิทธิ์ได้ด้วยแพ็ก +10 / +50 หรือสิทธิ์ที่ผู้จัดมอบให้
  • เปลี่ยนรายชื่อที่เลือกได้ แต่การยกเลิกเลือกไม่จำเป็นต้องคืนสิทธิ์การซื้อ/ใช้งานเดิม ตรวจยอดในแอป
  • กดดาวติดตามได้ ครั้งละ 1 คน และต้องมีสิทธิ์เลือกดูคนนั้น ยกเว้นตัวเองที่เข้าเกณฑ์ไม่ใช้ Slot
  • มีตัวเลือก Remove Ads และการคืนสิทธิ์ซื้อ ราคาและแพ็กที่ซื้อได้ให้ดูใน Store บนอุปกรณ์

สำหรับนักแข่ง (Racer)

  • เข้าร่วม Event/Category ครั้งเดียวด้วย Search หรือ QR สถานะ Pending ต้องรอ Admin อนุมัติ
  • ต้องเปิด Tracking และอนุญาต Location/Background ตามที่แอปร้องขอ จึงส่งตำแหน่งระหว่างงานได้
  • เปิด Viewer Maps · Category เพื่อดูแผนที่รุ่นเดียวกันได้ โดยไม่ต้องสมัคร/สแกนซ้ำ
  • บัญชีใช้เข้าสู่ระบบได้ครั้งละเครื่อง โปรไฟล์ใช้ชื่อที่แสดง ส่วนรูปเป็นทางเลือก

สำหรับผู้จัด (Admin)

  • สิทธิ์อนุมัตินักแข่งฟรีเริ่มต้น 15 คนต่อ Event เกินจำนวนใช้ Racer Slots ที่ซื้อเพิ่ม
  • อนุมัติแยก Category แต่นับโควต้าต่อคนต่อ Event ยกเลิกอนุมัติได้ตามเงื่อนไข 15 นาที และสิทธิ์ที่ใช้
  • ซื้อ Racer Slots เพิ่มได้จากหน้าซื้อในแอป แพ็กและราคาที่ซื้อได้จริงให้ดูจากหน้าจอ/Store
  • ตรวจ Pending/Approved, GPS, Route และช่วงส่งตำแหน่งก่อนกด Start Duration สูงสุด 8 ชั่วโมง
^ Top